ข้อแนะนำในการใช้กาวยาแนว

การเตรียมพื้นผิว

  •     ก่อนการยาแนว ร่องกระเบื้องต้องสะอาดและแห้ง
  •     ทำความสะอาด กำจัดเศษวัสดุในร่องกระเบื้อง เพื่อให้กาวยาแนวยึดเกาะแน่นและสีของกาวยาแนวสม่ำเสมอ

การผสม

  •     ใส่น้ำสะอาด อุณหภูมิของน้ำปกติ (ไม่ใช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน) ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
  •     ค่อยๆ เทกาวยาแนว  ลงในน้ำ ขณะเดียวกันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการผสมคือ 
  •     1 : 3 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน กาวยาแนว 3 ส่วน) หรือ 
  •     1 : 2.5 โดยปริมาตร (น้ำ 1 ส่วน กาวยาแนว 2.5 ส่วน)

ขั้นตอนใช้งาน

  •     หลังจากผสมกาวยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งานเพื่อให้สารเคมีในกาวยาแนวทำปฏิกิริยากับน้ำ
  •     กาวยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดดและความ ร้อน 
  •     สำหรับผนัง : ใช้เกรียงยาง หรือแผ่นยางตักกาวยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ปาดกาวยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง

เพื่อให้กาวยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้

  •     สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายกาวยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ลงบนพื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาด กาวยาแนวให้เฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้กาว     ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
  •     เช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน้ำหมาดๆ ก่อนที่กาวยาแนวจะแห้งสนิท
  •     ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชม. แล้วทำความสะอาดกระเบื้องด้วยผ้าสะอาด
  •     เพื่อการยึดเกาะที่ดีของกาวยาแนว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน

คุณสมบัติการใช้งาน

  •     กาวยาแนวที่ผสมแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 นาที
  •     กาวยาแนวจะแห้งสนิท หลังจากทิ้งไว้ 12 ชม.
  •     หลังจากยาแนวเสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชม. ก่อนเปิดใช้งาน
  •     ความกว้างของร่องกาวยาแนว 1 ถึง 6 มม.
  •     อุณหภูมิระหว่างการใช้งาน +5ºC และ +35ºC

ข้อแนะนำในการใช้งาน

  •     ควรหลีกเลี่ยงการใช้กาวยาแนว เมื่อมีแสงแดดโดยตรงหรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
  •     เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง ขณะที่มีการใช้งานบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนว 1.5 มม. สำหรับ       งานผนัง และอย่างน้อย 3 มม. สำหรับงานพื้น
  •     ถุงละ 1 กก.
  •     ปริมาณการใช้งานโดยเฉลี่ย 5 ตร.ม./ถุง 1 กก.

Visitors: 28,483